นี่แหละความสุขของพ่อ! “พยัคฆ์หน้าหยก” สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตนักมวยชื่อดัง สุดปลื้มปริ่ม “ไม้” กวิน ทิพย์ท่าไม้ ลูกชายที่เกิดกับภรรยาคนแรก เรียนจบแพทย์ที่ Temple University เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา

สามารถ ทิพย์ท่าไม้ (ภพธีรธรรม) หรือ สามารถ พยัคฆ์อรุณ ตำนานยอดมวยไทยและอดียยอดมวยสากลระดับแชมป์โลกมวยสากลอาชีพคนที่ 10 ของไทยที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักแสดงมีผลงานมากมายเป็นปลื้มสุดๆ เมื่อ “ไม้” กวิน ทิพย์ท่าไม้ ลูกชายที่เกิดกับภรรยาคนแรก เรียนจบแพทย์ที่ Temple University เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบัน”ไม้” กวิน อาศัยอยู่กับมารดาและน้องสาวที่อเมริกา

ความสำเร็จของลูกชายในครั้งนี้คุณพ่อสามารถเดินทางข้ามประเทศไปร่วมแสดงความยินดีกับลูกชายกันถึงที่เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีคนในครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดีเช่นกัน

   โดยคุณพ่ออดีตยอดนักมวยนำภาพแห่งความสุขมาลงในแฟนเพจ พร้อมเขียนข้อความว่า “วันนี้ที่รอคอย ความสุขของพ่อที่มีความรู้แค่ ป.4” #samartpayakaroongym #ปริญญาจากผ้าใบ #ของขวัญที่ดีใจที่สุด

นอกจากนี้ยังโพสต์คลิปตอนที่ลูกชายรับปริญญา พร้อมทั้งแคปชั่นสั้นๆแต่สุดซึ้ง “ดีใจยิ่งกว่าได้แชมป์โลก” ก่อนจะมีคนเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างมากมาย

    “โค้ชบรรณ” สุบรรณ พันโนน  อดีตยอดกำปั้นทีมชาติไทยมีผลงานสร้างชื่อเสียงมากมายทั้งเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13, เหรียญทองชิงแชมป์เอเชียน,เหรียญเงินเวิลด์ คัพ,ทองซีเกมส์ ฯ โอลิมปิก 2000 ที่เมืองซิดนี่ย์ ประเทศ ออสเตรเลีย

สุบรรณ พันโนน  กำปั้นจากเมืองพล ขอนแก่น ถือเป็น “ตัวเต็ง” คว้าเหรียญให้กับทัพไทย และในสายตาคนมวยต่างก็คาดว่า “สุบรรณ” จะทำสำเร็จการต่อสู้บนสังเวียนตั้งแต่รอบแรกจนรอบสอง นักชกเลือดเมืองหมอแคนฟอร์มเยี่ยมสม่ำเสมอ  ทว่าเมื่อถึงรอบสาม พลาดท่าลื่นล้มจนหัวเข่าพลิกไม่สามารถชกต่อได้ ท่ามกลางความตกตะลึงของสตาฟฟ์โค้ชข้างเวที และแฟนกีฬาไทยที่ชมการถ่ายสด ทำให้ “สุบรรณ” กลับบ้านมือเปล่า และต้องมารักษาตัวอยู่นาน

อีก 4 ปีต่อมาสามารถคว้าโควต้าลุยโอลิมปิก2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ได้สำเร็จ ซึ่งครั้งนี้ยังสานฝันไม่สำเร็จ ตกรอบสอง เป็นโอลิมปิก 2 ครั้งที่จบไม่สวย แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาหันหลังให้กับวงการมวย
หลังจากนั้นได้ใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมา ถ่ายทอดให้กับนักชกรุ่นน้องโอลิมปิก2020 “สุบรรณ” คือ หนึ่งในทีมผู้ฝึกสอนกำปั้นทีมชาติไทยที่ฝึกซ้อมฟิตร่างกายอยู่ที่ศุนย์กีฬามวกเหล็ก สระบุรี ทั้งหมดมีกำหนดเดินทางไปร่วมแข่งขันในวันที่ 16 ก.ค.64

เฟลิกซ์ ตรินิแดด Felix Trinidad ปฏิเสธไม่ขอรีแมตช์กับสุดหล่อ ออสการ์ เดอ ลา โฮยา Oscar De La Hoya! ‘ขอให้เขาโชคดีนะ แต่ผมพอกับการชกมวยสากลแล้วล่ะ!’
 ขอชี้แจงให้ทราบตรงกันทุกฝ่ายไปเลยนะครับสำหรับ Felix Trinidad อดีตแชมป์โลกสามรุ่นวัย 48 ปีที่ล่าสุดได้ออกมายืนยันแล้วว่าเขาไม่มีแผนจะกลับมาชกมวยสากลอีกแน่นอนไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบชกจริงหรือชกโชว์ก็ตาม โดยตัว Trinidad นั้นไม่ได้ขึ้นชกมวยสากลกับใครอีกเลยนับตั้งแต่แพ้คะแนนให้ Roy Jones Jr. ในการชกพิกัดไลท์เฮฟวี่เวธเมื่อปี 2008
อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงไฟต์ที่ทำเงินและสร้างชื่อให้ Trinidad มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นไฟต์ล้มแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวธของ WBC และ IBF ระหว่างเขากับ Oscar De La Hoya เมื่อปี 1999 ซึ่งไฟต์นั้น Trinidad สามารถเอาชนะ De La Hoya ไปได้แบบเสียงข้างมากและถือเป็นครั้งแรกด้วยที่ De La Hoya ต้องพบกับความพ่ายแพ้ในการชกอาชีพ
แน่นอนครับว่าขณะนี้ De La Hoya กำลังจะหวนคืนสังเวียนกลับมาในรอบ 12 ปีด้วยการชกโชว์กับ Vitor Belfort อดีตแชมป์ของ UFC ในเดือนกันยานี้ ดังนั้นเหล่าแฟนมวยหลายๆคนก็เลยแอบเชียร์ให้ Trinidad ยอมคืนสังเวียนกลับมาเพื่อเปิดศึกกับ De La Hoya อีกรอบซะเลย 

สำหรับคำพูดที่ว่าของ Trinidad นอกจากจะหมายถึงการเป็นนักมวยสากลแล้ว ยังครอบคลุมถึงการเป็นเทรนเนอร์ด้วย เพราะตัว Trinidad เองก็ยังไม่มีแผนจะผันตัวมาเป็นเทรนเนอร์สอนนักมวยรุ่นใหม่เลยแม้จะมีกระแสสนับสนุนให้เขาหันมาเอาดีด้านนี้แล้วก็ตาม
“เอาจริงๆคือผมเคยคิดจะหันมาเป็นเทรนเนอร์อยู่นะ แต่ผมว่าผมพอใจกับชีวิตของผมกับลูกเมียที่บ้านมากกว่า ผมควรใช้เวลาที่เหลืออยู่กับคนในครอบครัว ไม่ใช่มวยสากล แต่ผมก็ยอมรับนะว่าผมคงไม่ได้อยู่กินสุขสบายแบบนี้แน่ถ้าไม่ได้ชกมวยสากล”ทว่าดูเหมือน Trinidad จะไม่มีแผนชกมวยกับใครอีกแล้วนะครับ
“ความจริงก็คือผมว่าผมใช้ชีวิตในวงการมวยสากลคุ้มค่าพอแล้วล่ะ ตอนนี้ผมมีความสุขกับครอบครัวของผมมาก ผมไม่มีอะไรจะบอกหรอกนอกจากขอให้ทุกคนที่คิดกลับไปชกมวยจงประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่ง Oscar De La Hoya แต่ขอให้พวกคุณจงจำไว้เลยว่าช่วงเวลาของผมกับมวยสากลได้จบลงไปแล้วจริงๆ” Trinidad ให้สัมภาษณ์กับ DAZN Boxing Show

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ลงมติรับรองให้สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) เป็นสหพันธ์กีฬานานาชาติเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ

หลังการต่อสู้กว่า 20 ปี ในที่สุดมวยไทยสมัครเล่น ก็ได้ผ่านขั้นตอนสำคัญแล้ว เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ลงมติโหวตรับรองให้ สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ หรืออีฟม่า (IFMA) เป็นสหพันธ์กีฬานานาชาติเต็มรูปแบบ ในการประชุมสมัชชาใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 138 จัดขึ้นที่โรงแรมโอกุระ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมี มร.โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) เป็นประธาน และมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์หญิงไทย เข้าร่วมประชุมพร้อมกับคณะกรรมการบริหารคนอื่นๆ ด้วย ถือว่าเป็นด่านสำคัญสุดท้ายก่อนโชว์ในเวทีโอลิมปิก

โดยวาระสำคัญของงานประชุมสมัชชาใหญ่ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 138 อยู่ที่การโหวตลงมติอย่างเป็นทางการให้ สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) ได้รับรองอย่างเป็นทางการ ให้เป็นสหพันธ์กีฬานานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่การบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ในอนาคตข้างหน้า ร่วมกับสหพันธ์เชียร์นานาชาติ, สหพันธ์แซมโบ้นานาชาติ, สหพันธ์ไอซ์สต็อคสปอร์ต, สมาคมองค์กรบ็อกซิ่งโลก และ เวิลด์ ลาครอส

  • “พระจันทร์ฉาย” โต้ดราม่า ไม่ได้เส้นใหญ่ แต่เก่งพอที่จะชน “สามเอ”
  • ศึกลุมพินี – โกสปอร์ต กว้าสู่ระดับโลก ผ่านการไลฟ์สตรีมมิ่ง
  • อัพเดท มวยทีวี แฟนมวยได้ดูช่องไหนบ้าง❓
  • เฮียตี๋ยกโรงแรมเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาล

สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ หรือ “อิฟมา” มีเป้าหมายรวมมวยไทย ที่มีอยู่ทั่วโลกนั้นให้มาอยู่ภายใต้กฎกติกาอันเดียวกัน โดยปี 2549 มวยไทยกลายเป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ หลังได้รับการเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น โดยขยับมาอยู่ในฐานะเดียวเทียบเท่ากับฟีฟ่า (FIFA) ของวงการฟุตบอล, ฟีบา (FIBA) ของบาสเกตบอล และ ฟีนา (FINA) ของกีฬาว่ายน้ำ โดยการรับรองจากสมาคมสหพันธ์กีฬานานาชาติ (General Association of International Sports Federations : GAISF) ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มวยไทย” และอยู่ภายใต้การดูแลของ “อิฟมา”

ในปี 2555 อิฟมา ประกาศตัวให้สังคมโลกและโอลิมปิกได้รับทราบถึงความตั้งใจ ก่อนจะยื่นขอการรับรองชั่วคราวจากไอโอซี และได้รับการรับรองในปี 2559 หลังผ่านเกณฑ์สำคัญทั้งหมด 54 ข้อใน 8 หมวด ก่อนที่ล่าสุดจะได้รับการรับรองอย่างเต็มรูปแบบในที่ประชุมสมัชชาใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 138 ซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่การผลักดันให้กีฬามวยไทยให้ยิ่งเป็นที่รู้จัก ให้บรรลุเป้าหมายสำหรับการจัดให้มีชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิก และคณะอนุกรรมการดำเนินการการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิก เปิดเผยว่า ในฐานะที่ไอโอซีได้รับรองมวยไทยและอิฟมา ให้เข้าเป็นสมาชิกถาวร ตนในฐานะประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ คณะรัฐบาล และประชาชนชาวไทย รู้สึกภาคภูมิใจ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

“ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานไอโอซี โธมัสบาค รวมถึงคณะกรรมการทุกท่าน ที่ได้ให้การยอมรับกีฬามวยไทยในครั้งนี้ ผมอยากจะขอชื่นชมอิฟมา และสมาชิกทั้ง 146 ประเทศ ที่ได้ร่วมมือกัน ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของโอลิมปิก จนได้รับความไว้วางใจอย่างดีจากไอโอซี ผมขอยืนยันว่า รัฐบาลไทยจะส่งเสริมมวยไทย และสนับสนุนการดำเนินงานของอิฟมา อย่างเต็มที่ เพราะพวกเรามีเป้าหมายร่วมกัน คือ การผลักดันให้กีฬามวยไทยได้บรรจุเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก ภายในอนาคตอันใกล้”

ส่วน ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานอิฟมา เปิดเผยว่า ตนต้องขอขอบคุณ สำนักงานระหว่างประเทศของอิฟมาเป็นพิเศษ ซึ่งนำโดยผู้อำนวยการ ชาริสซ่า ไทนัน ที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เราสามารถบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ได้จริง และมีการจัดทำเอกสารในแอปพลิเคชันที่มีความหนากว่า 1,000 หน้า เพื่อแสดงให้ไอโอซีได้เห็นถึงความสอดคล้องของเรากับวาระโอลิมปิก 2020

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร รองประธานอิฟมา เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการบริหารอิฟมา ที่ทำงานอย่างหนัก และคณะกรรมการจัดการพิเศษที่ช่วยกันเสนอแนวคิดและทบทวนกระบวนการในการสมัครเพื่อให้ได้รับการรับรอง และขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อไอโอซี ซึ่งนำโดย โธมัส บาค ประธานไอโอซี ที่ให้ความเชื่อมั่นในอิฟมา และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับหน่วยงานต่างๆ ของไอโอซีที่ให้ความร่วมมือและคำแนะนำตลอดระยะเวลาที่ทำการยื่นขอคำรับรอง

นอกจากนี้รองประธานอิฟมา ยังกล่าวขอบคุณประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการมวยไทย, สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการของอิฟมาในฐานะประธานของ AIMS (Alliance of Independent Recognised Members of Sport) โดยที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการช่วยผลักดันให้กีฬาที่อยู่ภายใต้การดูแลของ AIMS ให้ได้การรับรองมากเป็นสถิติถึง 6 ประเภท ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดที่ได้รับการรับรองในการประชุมคราวเดียวกันของคณะกรรมการบริหารไอโอซี

เชื่อเหลือเกินว่าแฟนหมัดมวยบ้านเราคงไม่มีใครไม่รู้จัก “บักจ่อย” แซมซั่น กระทิงแดงยิม นักชกชาวไทยดีกรีแชมป์โลก รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท ของสหพันธ์มวยโลก (WBF) อย่างแน่นอน


ซึ่งแม้ด้วยสถาบันมวยที่เจ้าตัวชกนั้นอาจจะไม่ได้รับการยอมรับมากนักในยุคนั้น แต่ด้วยลีลาการชกสไตล์บู๊ล้างผลาญเดินลุยตั้งแต่เสียงระฆังดังยันคู่ต่อสู้ลงไปกอง ทำให้ก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจชาวไทยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

แถมสถิติการชกก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ขึ้นสังเวียนชกในแบบฉบับมวยสากล 43 ไฟต์ ชนะรวดทั้งหมด แถมเป็นการเอาชนะน็อกได้ถึง 36 ครั้ง ป้องกันแชมป์ไว้ได้ถึง 38 ครั้ง เรียกว่าเป็นนักมวยที่ขึ้นป้องกันตำแหน่งเดือนต่อเดือนกันเลยทีเดียว ก่อนแขวนนวมในปี พ.ศ. 2544

นอกจากนี้ในแวดวงมวยไทยก็ถือเป็นนักมวยค่าตัวเงินแสน ภายใต้ชื่อ แสนเมืองน้อย ลูกเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ที่ถือเป็นมวยไทยหมัดหนัก กวาดแชมป์ทั้งเวทีลุมพินี และ เวทีราชดำเนิน มาครองได้สำเร็จ ไฟต์ที่แฟนมวยจดจำก็คือการพบกับ “พยัคฆ์หน้าขรึม” วีระพล สหพรหม ทั้ง 2 ครั้ง โดยผลัดกันแพ้ชนะ

สำหรับ แซมซั่น หรือชื่อจริง สมบุญ พานตะสี เป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันใช้ชีวิตเรียบง่ายกับ คุณชาริปดา พานตะสี ภรรยา และลูกๆ ฐานะความเป็นอยู่ต้องบอกว่าไม่ลำบากมีบ้านอยู่มีรถขับ เพราะเจ้าตัวเป็นคนที่รู้จักเก็บรู้จักออม ซึ่งถึงตอนนี้ในวัย 49 ปี ถือว่าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวทุกวัน

แฮ้ม..วงมวยโลกบ้านเราถือว่าตายสนิท ตีคู่วงมวยไทย

โปรแกรมมวยของชกไทยเรามีคลอดออกมาต้นเดือน ปลายเดือน แลเหมือนจะกลับมาบุมอีกครั้ง พร้อมกับความหวังของโปรโมชั่นสายพันธ์ุใหม่ ที่กล้าสั่งของนอกที่มองว่าแข็งพอมาปะหมัดมวยสร้างค่ายแคมป์ ล่าสุด นักชกจากหลังม่านเหล็กที่โชว์ผลงาน ทำมวยดัน WP Boxing อย่าง อภิเชษฐ เพชรมณี ต้องมัวหมอง จำต้องมีภาค2 เปิด นาม มูเช็ก อโดยัน ชัวโมงนี้ เดอะเอี๊ยงกล้าถึงกล้ามาก ที่เอามาวัดคุณภาพเด็กสร้างอย่างเจ้า แสงอาทิตย์ ลูกทรายกองดิน แม้จะต้องเลื่อนกำหนดการชก แต่ทีมงานรัสเชียยังฝังต้วอยู่เมืองไทย เพื่อรอวันชก แต่ที่สุด วันนี้ ฟังท่านเดอะเอี๊ยง จ้อ เป็นที่น่าเสียใจ เขากลับบ้าน รัสเชียเสียแล้ว ลองมาฟังเต็มๆจากการไลน์สดของท่านเดอะเอี๊ยง กันนะครับ..

<<>> แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ นักชกสาวไทย โชว์ฟอร์มเฉียบเอาชนะคะแนน เจเน็ต ท็อดด์ นักชกสาวชาวสหรัฐอเมริกา ในคู่เอกศึกวัน แชมเปี้ยนชิพ ONE: CALL TO GREATNESS สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกของ ONE ที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกได้สองเส้น (คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย)

    ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) องค์กรกีฬาศิลปะป้องกันตัวระดับโลกที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ระเบิดความมันส์ครั้งล่าสุดที่สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดี้ยม ประเทศสิงคโปร์ ขนกองทัพนักกีฬาระดับโลกขึ้นสังเวียนมากมาย ภายใต้ชื่อศึก ONE: CALL TO GREATNESS เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา

     คู่เอกเป็นการชิงแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง ที่ว่างอยู่ ระหว่าง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวตหญิง ขึ้นเวทีล่าเข็มขัดเส้นที่สองของตัวเอง พบกับ เจเน็ต ท็อดด์ กำปั้นสาวรุ่นพี่ชาวสหรัฐอเมริกา

     เกมการชกเป็นไปอย่างดุเดือดตลอดห้ายก แสตมป์เดินเข้าหาออกหมัดดักต่อยได้หลายครั้ง ขณะที่ท็อดด์ก็มีอาวุธตอบโต้น่ากลัว โดยเฉพาะหมัดชุดที่ค่อนข้างไว ครบห้ายก กรรมการให้คะแนนทั้งสามท่านจึงให้ แสตมป์คว้าชัยชนะไปครองอย่างเอกฉันท์

        จากชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกของ ONE ที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกได้สองเส้น นั่นคือ คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย ในพิกัดอะตอมเวต

นอกจากนี้ยังมี 2 นักชกไทยขึ้นสังเวียนอีกสองราย นั่นคือ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค และ เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี ซึ่งทั้งคู่เก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งได้ทั้งคู่แบบไม่ครบยก เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค อดีตแชมป์ ONE รุ่นสตรอว์เวต ล้างแค้นให้ตัวเองได้สำเร็จด้วยการปิดบัญชี เจเรมี “The Jaguar” มิอาโด จากฟิลิปปินส์ ได้ด้วยการชนะ TKO คู่นี้เปิดฉากมาก็เดินหน้าแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ซึ่งในยกที่สอง เดชดำรงค์ชิงจังหวะบนพื้นได้ดีกว่า จับล็อกคอมิอาโด้ที่อยู่ในท่าคุกเข่า ก่อนประเคนเข่าซ้าย-ขวาใส่บริเวณศีรษะนานร่วมนาที กรรมการเห็นว่ามิอาโด้ไม่อยู่ในสภาพป้องกันตัวหรือตอบโต้ได้จึงยุติการแข่งขันไปแบบไม่มีทางเลือก

 

 

 

นับตั้งแต่หัวใจไม่มีเจ้าของ ความแซ่บก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ ริกะ อิชิเกะ นักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ MMA ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย ที่แจ้งเกิดบนเวทีระดับโลกอย่าง ONE Championship มาหลายปี

ล่าสุด สาวจอมบู๊ร่างเล็กก็แจกความสดชื่นให้กับเหล่าแฟนคลับอีกครั้งผ่านอินสตาแกรม rikatinydoll ที่มีผู้ติดตามมากว่า 2.1 แสนคน ด้วยชุดว่ายน้ำแบบทูพีซน่ารัก เช็กอินที่พัทยา พร้อมแคปชั่นดีๆว่า..

“I want to inspire people. I want someone to look at me and say…because of You , I didn’t give up.

เป้าหมายในชีวิตที่สำคัญมากๆอย่างนึงของเรา คือการเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ
เรารู้สึกดีมากๆเลยนะคะ เวลามีคนมาบอกกับเราว่า ที่ตัวเค้าไม่ยอมแพ้กับชีวิต เพราะมีเราเป็นแรงบันดาลใจ คุณๆก็คือแรงบันดาลใจของเราเหมือนกัน
#RikaTinydoll #RikaIshige #RikaInPattaya”
สำหรับ ริกะ ถือเป็นนักกีฬา MMAหญิง คนแรกของไทยที่มีโอกาสขึ้นสู้บนเวทีระดับโลก และด้วยใบหน้าที่น่ารักบวกกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าตลอดเวลา ทำให้เธอได้ฉายาในวงการว่า “Tiny Doll” หรือ น้องตุ๊กตาตัวเล็ก นั่นเอง

ทันทีที่ “มงคลเพชร เพชรยินดีอะคาเดมี” ออกหมัดขวาสวนเข้าเบ้าหน้าส่ง “อีเลียส มาห์มูดี” ลงพื้นเสียนับอย่างขมขื่น ในศึก ONE: FULL BLAST II เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา 

    นักชกแอลจีเรียจะพยายามบุกทำคะแนนเพื่อตีตื้นในยกสุดท้ายแต่ก็ยังไล่ไม่ทัน มงคลเพชร จึงเบียดเข้าไปอยู่ในแรงกิงด้วยชัยชนะเสียงข้างมาก (ชนะ 2 เสมอ 1) และเพิ่มสถิติไร้พ่ายให้ตัวเองเป็น 4-0 ใน วัน แชมเปียนชิพหลังจบศึกมีคำถามตามมาว่า มงคลเพชร ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ติดท็อปไฟว์ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต สมควรหรือยังที่จะขึ้นท้าชิงบัลลังก์กับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” เราจะพาไปวิเคราะห์กัน..หลังดับซ่า อีเลียส มาห์มูดี ได้แล้ว อย่างน้อยๆ มงคลเพชร ก็ควรได้เสียบแทนแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต อันดับ 4 แทนที่นักกีฬาชาวแอลจีเรีย ซึ่งหมายความว่าเขามีโอกาสที่จะท้าชิงตำแหน่งแชมป์โลกได้ แต่ยังมีนักชกในแรงกิงที่จ่อคิวรออยู่ก่อนในอันดับ 1-3 นั่นคือ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9, โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี, พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ รวมถึง อีเลียส มาห์มูดี ซึ่งน่าจะหล่นไปอยู่ในอันดับ 5ถ้าดูจากแรงกิง คนที่สมควรจะได้ท้าชิงกับ รถถัง มากที่สุดเห็นจะเป็น ซุปเปอร์เล็ก ซึ่งรั้งอยู่อันดับ 1 แต่เจ้าตัวก็ติดไฟต์รีแมตช์ที่จะต้องเจอกับ “อิเลียส เอ็นนาฮาชิ” ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ส่วน โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี ซึ่งรั้งอยู่อันดับ 2 จริงๆ เขาคือคนที่ถูกวางตัวไว้ให้ชกกับ อีเลียส มาห์มูดี ในไฟต์นี้ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบกับการเดินทางเข้า-ออกประเทศ จึงทำให้เขาไม่สามารถมาชกได้ มงคลเพชร จึงได้โอกาสเสียบแทน ด้าน พันธ์พยัคฆ์ ก็ค่ายเดียวกันกับ รถถัง คงไม่ท้าชิงกันเองเป็นแน่  ดังนั้น หาก มงคลเพชร จะขยับขึ้นไปชิงตำแหน่งแชมป์โลก อย่างน้อยๆ ก็น่าจะผ่าน พันธ์พยัคฆ์ หรือ โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี คนใดคนหนึ่งให้ได้ซะก่อน (ส่วน ซุปเปอร์เล็ก นั้นเนื่องจากค่ายเกียรติหมู่ 9 เป็นเครือเพชรยินดีฯ นักมวยสองค่ายนี้จึงน่าจะไม่ได้ชกกัน)อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการวิเคราะห์เบื้องต้น ทั้งนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วย โดยเฉพาะในยามนี้ที่สถานการณ์โลกไม่ปกติ และส่งผลต่อการฟิตซ้อมของนักกีฬาทั่วโลก บางคนยิมปิดไม่ได้ซ้อม บางคนไม่ได้ขึ้นชกนานหลายเดือน ซึ่งถ้าประกบให้เจอกับนักมวยที่ชกเคลื่อนไหวบ่อยๆก็อาจจะไม่ยุติธรรมและมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่รับชกในไฟต์นั้น รวมถึงเรื่องมาตรการเข้า-ออกประเทศ ซึ่งบางประเทศยังไม่อนุญาตให้เดินทางไม่ได้ หรือต้องเสียเวลาในการกักตัวร่วมครึ่งเดือน ฯลฯ ต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการประกบคู่ทั้งนั้นสำหรับ มงคลเพชร ณ เวลานี้เขามีสถิติไร้พ่าย 4-0 และรั้งอันดับ 4 ในแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต และมีโอกาสที่จะได้ล้างแค้นให้รุ่นน้องร่วมค่ายอย่าง เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี ที่แพ้คะแนนเสียงข้างมากในไฟต์ชิงแชมป์โลกกับ รถถัง เมื่อ 31 ก.ค.63 โดย มงคลเพชร มีความมุ่งมั่นว่าเขาจะต้องเป็นแชมป์โลก ONE คนต่อไปของค่ายเพชรยินดีอะคาเดมีให้ได้

 

อีกหนึ่งนักแสดง-นางแบบสาวที่ขยันออกกำลังกายอย่างหนัก จนมีหุ่นเซ็กซี่เป๊ะปังอยู่เสมอ สำหรับ “แน๊ต-เกศริน ชัยเฉลิมพล” 

ล่าสุด สาวแน๊ตได้โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรม nat_officialaccount ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ด้วยการทำกิจกรรมสุดโปรดอีกอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบไม่แพ้ฟิตเนส นั่นก็คือ การชกมวย นั่นเอง
โดยทันทีที่คลิปดังกล่าวถูกโพสต์ขึ้นโซเชียลมีเดีย ก็ทำเอาแฟนคลับร้องอยากเป็นพี่เลี้ยงนักมวยกันเลยทีเดียว ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การซ้อมโชว์เล่นๆ แต่เธอยังลงได้เรียนรู้การไหว้ครู, ลงนวม และมีการถ่ายคลิประหว่างที่พี่เลี้ยงกำลังนวดคลายกล้ามเนื้อให้เธออย่างมืออาชีพอีกด้วยว่าแล้วก็ไปรับชมคลิปและภาพบนเวทีมวยของสาวสวยเซ็กซี่ระดับตำนานเมืองไทยกันได้เลย