หมวดหมู่: ข่าวมวยไทย

    ทีมกำปั้นไทยเข้าแคมป์ฝึกซ้อมอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวทำศึกชิงแชมป์โลกที่เซอร์เบีย ในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยทางสหพันธ์มวยสมัครเล่นนานาชาติ หรือ ไอบ้า ได้มีการปรับน้ำหนักใหม่อีกครั้งชาย 13 รุ่น และหญิง11รุ่น

 

ทาง “บิ๊กชาย” สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายเทคนิค เตรียมเอานักมวยไทยเงินแสนที่ว่างเว้นจากการชกมารับใช้ชาติในรุ่นที่ยังขาดอยู่แต่ต้องรอดูว่ามีสัญญาผูกมัดอะไรหรือไม่ นอกจากนั้นรายการนี้ยังจะเป็นการทดสอบสต๊าฟโค้ชชาวไทยด้วยว่ามีความพร้อมแค่ไหนในเกมระดับชาติเพื่อที่จะตัดสินใจว่าจะใช้โค้ชต่างชาติมาทำทีมไทยหรือไม่ โดยการชกครั้งนี้จะเน้นความแข็งแกร่งดุดันซึ่งแตกต่างจากโอลิมปิกที่ผ่านมา

หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เรียบร้อยโดยทีมกำปั้นไทยคว้ามาได้ 1เหรียญทองแดงจาก สุดาพร สีสอนดี จากนักมวยชาย1หญิง3 โดยได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยและผ่านการกักตัวเสร็จสิ้น แต่ทีมกำปั้นไทยยังมีภาระกิจสำคัญรอคอยอยู่คือการแข่งขันมวยสมัครเล่นชิงแชมป์โลกที่ กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ในช่วงระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2564ซึ่งสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ตกลงใจส่งทีมมวยไปแข่งขันรายการนี้แน่นอนแล้วเพื่อให้นักมวยไทยมีอันดับโลกในแต่ละรุ่นดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับความพร้อมล่าสุดทีมกำปั้นไทยได้ทำการฟิตซ้อมอยู่ที่แคมป์เก็บตัว มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยมี “บิ๊กชาย” สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายเทคนิคควบคุมการฝึกซ้อม มี” โค้ชแซม” กามนิตย์ นารีรักษ์ หัวหน้าสต๊าฟโค้ชชาวไทยดูแล โดยการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งนี้จะอยู่ในการจัดของสหพันธ์มวยสมัครเล่นนานาชาติ หรือ ไอบ้า เหมือนเดิม ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนน้ำหนักทั้งชายและหญิง ในศึกชิงแชมป์โลก โดยนักมวยชาย 13รุ่นมีดังนี้ รุ่น 48,51,54,57,60,63.5,67,71,75,80,86,92,+92กก. ส่วนทีมหญิงมี 11รุ่นคือ 48,50,52,54,57,60,63,66, 70,81,+81

บิ๊กชาย เผยว่าทีมงานต้องเร่งหานักมวยเข้าแคมป์ใหม่ เมื่อมีการปรับน้ำหนักแบบนี้ทำให้ต้องหานักมวยไทยเงินแสนที่ว่างเว้นรายการชกในช่วงนี้มาเข้าแคมป์ทีมชาติแต่ทั้งนี้ต้องดูว่าใครมีสัญญาผูกมัดอยู่บ้าง และการชกครั้งนี้จะแตกต่างจากโอลิมปิกที่ผ่านมา เพราะสไตล์ของไอบ้าจะเน้นมวยประเภทบู๊ ดุดัน เน้นแข็งแกร่งไว้ก่อน ทั้งนี้การชกครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้นักมวยที่ไม่ได้ไปชกโอลิมปิกมีโอกาสแสดงฝีมือบ้าง และจะเป็นการทดสอบผลงานของสต๊าฟโค้ชไทยว่ามีความพร้อมมากแค่ไหนด้วย หรือ จะดึงโค้ชชาวต่างชาติมาร่วมทำทีมอีกครั้ง

“แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” เตรียมกลับมาสางแค้นอริเก่า “อาลีโอนา ราสโซฮินา” ในศึก “ONE: EMPOWER” ที่จะดวลเดือดกันในวันที่ 3 ก.ย.นี้

 

เกมนั้นจบไปพร้อมกระแสดราม่าว่า แสตมป์ แท็ปหรือไม่แท็ปในช่วงเวลาอีกเพียงไม่ถึง 10 วินาทีสุดท้ายก่อนจะครบยก ทั้งที่เธอทำคะแนนนำมาโดยตลอด ซึ่งมันกลายเป็นความเสียดายและคาใจของ แสตมป์ ตั้งแต่นั้นมา

เพื่อเป็นการลบล้างทุกข้อกังขา ONE จึงจัดให้ “แสตมป์” ล้างตาคู่ปรับเก่า “อาลีโอนา” ทันที ในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวตหญิง รอบแรก ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้เป็นการประกบ 8 สาวแกร่งของรุ่น จาก 8 ประเทศ มาเผชิญหน้ากันเพื่อชิงเข็มขัดเงินอันทรงค่า https://www.onefc.com/th/features/world-grand-prix-belt/ นั่งแท่นเป็นแชมป์เวิลด์ กรังด์ปรีซ์หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ONE พร้อมทั้งคว้าสิทธิ์ชิงแชมป์โลกกับ “แองเจลา ลี” ราชินีรุ่นอะตอมเวตคนปัจจุบัน

หลังจากได้บทเรียนจากครั้งที่ผ่านมา แสตมป์ จึงเตรียมตัวและวางแผนมาเป็นอย่างดีโดยเชื่อว่า อาลีโอนา จะมาในเกมปล้ำที่ถนัด แต่เธอก็เตรียมงัดทุกศาสตร์แม่ไม้มวยไทยพร้อมเผด็จศึกแบบเด็ดขาด โดยไม่ต้องมีข้อกังขาแบบที่ผ่านมา

“การเตรียมตัวไฟต์นี้จัดว่าเข้มข้นมากค่ะ มีการเพิ่มศอก หมัด เข่า รวมถึงฟุตเวิร์ก ฝึกการสแปร์ (ถ่วงน้ำหนัก) เพื่อป้องกันเทกดาวน์ หนูยังคงเน้นการยืนสู้เป็นหลักเหมือนเดิม เพราะได้เปรียบกว่าแน่ๆ จะไม่มีการย่ามใจลงไปเล่นเกมนอนเพื่อให้เข้าทางเขาเด็ดขาด”

เกมนั้นจบไปพร้อมกระแสดราม่าว่า แสตมป์ แท็ปหรือไม่แท็ปในช่วงเวลาอีกเพียงไม่ถึง 10 วินาทีสุดท้ายก่อนจะครบยก ทั้งที่เธอทำคะแนนนำมาโดยตลอด ซึ่งมันกลายเป็นความเสียดายและคาใจของ แสตมป์ ตั้งแต่นั้นมา

เพื่อเป็นการลบล้างทุกข้อกังขา ONE จึงจัดให้ “แสตมป์” ล้างตาคู่ปรับเก่า “อาลีโอนา” ทันที ในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวตหญิง รอบแรก ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้เป็นการประกบ 8 สาวแกร่งของรุ่น จาก 8 ประเทศ มาเผชิญหน้ากันเพื่อชิงเข็มขัดเงินอันทรงค่า https://www.onefc.com/th/features/world-grand-prix-belt/ นั่งแท่นเป็นแชมป์เวิลด์ กรังด์ปรีซ์หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ONE พร้อมทั้งคว้าสิทธิ์ชิงแชมป์โลกกับ “แองเจลา ลี” ราชินีรุ่นอะตอมเวตคนปัจจุบัน

หลังจากได้บทเรียนจากครั้งที่ผ่านมา แสตมป์ จึงเตรียมตัวและวางแผนมาเป็นอย่างดีโดยเชื่อว่า อาลีโอนา จะมาในเกมปล้ำที่ถนัด แต่เธอก็เตรียมงัดทุกศาสตร์แม่ไม้มวยไทยพร้อมเผด็จศึกแบบเด็ดขาด โดยไม่ต้องมีข้อกังขาแบบที่ผ่านมา

“การเตรียมตัวไฟต์นี้จัดว่าเข้มข้นมากค่ะ มีการเพิ่มศอก หมัด เข่า รวมถึงฟุตเวิร์ก ฝึกการสแปร์ (ถ่วงน้ำหนัก) เพื่อป้องกันเทกดาวน์ หนูยังคงเน้นการยืนสู้เป็นหลักเหมือนเดิม เพราะได้เปรียบกว่าแน่ๆ จะไม่มีการย่ามใจลงไปเล่นเกมนอนเพื่อให้เข้าทางเขาเด็ดขาด”

 

 

<<<>> โลมา ลูกบุญมี หรือชื่อจริง สุภิสรา คนหลัก  อดีตแชมป์โลกมวยไทยหญิง 9 สมัย เป็นนักสู้สาวไทยคนแรกที่ได้ ประเดิมสังเวียน UFC ได้อย่างสวยหรูหลังคว้าชัยชนะไฟต์เกิดในรายการ UFC Fight Night 162 ที่สิงคโปร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2019 หรือ 2ปีที่่ผ่านมา

 

ล่าสุด..โปรแกรมไฟต์ที่5 ของอีกนางได้ถูกกำหนดขึ้นแล้วบนแผ่นดินอเมริกา รายงานนี้มาจาก John Hyun Ko นักข่าว MMA (วงใน) ชี้โลมมาได้ถูกเสนอชื่อจากทาง UFC ให้เป็นส่วนหนึ่งของรายการUFC Fight Night ในวันที่ 21 พฤศจิกานี้ โดยประกบให้เจอกับ  Cheyanne Buys เจ้าบ้านที่เพิ่งโชว์ฟอร์มเเริดชนะน็อค Gloria de Paula ไปเมื่อเดือนก่อน นี่เองส่วนโลมา ลูกบุญมี ไฟต์นี้จะเป็นครั้งที่5แล้ว จากสถถิติ ชนะ 3 แพ้ 1 โชว์ฟอร์มชนะติดต่อมา 2 ไฟต์ ล่าสุด เอาชนะคะแนน Sam Hughes ด้วยคะแนนเมื่อเดือนพฤษภาที่เนวาด้า สำหรับรายการนี้จัดกันที่ UFC Apex ในเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา เรามาเป็นกำลังให้กับหนึ่งเดียวจากไทยแลนด์กัน นะครับ..

จัดติดต่อกันเป็นประจำทุกปี การพิจารณารางวัลบุคคลในวงการมวยดีเด่น ตามมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น “วันมวยไทย” และจัดให้มีการเชิดชูเกียรติบุคคลวงการมวย โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 9 ซึ่งนายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย แต่งตั้ง นายสมชาย พูลสวัสดิ์ เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการรวม 17 คน

 

เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 16 สิงหาคม 2564 มีการประชุมทางไกลผ่านระบบZOOM เพื่อพิจารณารางวัลบุคคลในวงการมวยดีเด่นครั้งที่ 9 ปีงบประมาณ 2564 มีนายสมชาย พูลสวัสดิ์ เป็นประธาน , พลตรี อำนาจ การงาน รองประธาน , พลเอก อภิชาติ เทียบศรไชย รองประธาน , ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย , ผู้แหนสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย , ผู้แทนสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมก์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร , ผู้แทนสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย , ผู้แทนสมาคมกีฬามวยไทยนายขนมต้ม , นายสุกฤษฎิ์ แพรกรีฑาเวศน์ , นายพิเชษฐ์ เรือนอินทร์ , นายบุญเชือน เจริญผล , นายพินิจ พลขัน , นายภพธร รุ่งสมัย , นายศิริ สาระผล , ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬามวย , ผู้อำนวยการกองบริหารงานกีฬามวย

ในที่ประชุมมีการแจ้งถึงสาเหตุการพิจารณารางวัลล้าช้ากว่าปกติ เพราะโรคโควิด-19ระบาดหนัก ซึ่งเดิมทีจะมีการตัดสินและจัดพิธีการมอบรางวัลในช่วงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำหรับปีนี้มีการพิจารณารางวัลแบ่งออกเป็น 27 ประเภท คือ นักมวยไทยอาชีพดีเด่น(ชาย) , นักมวยไทยอาชีพดีเด่น(หญิง) , นักมวยสากลอาชีพ(ชาย) , นักมวยสากลอาชีพ(หญิง) , นักมวยไทยสมัครเล่น(ชาย) , นักมวยไทยสมัคเล่น(หญิง) ,นักมวยสากลสมัครเล่น(ชาย) , นักมวยสากลสมัครเล่น(หญิง) ,นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งดีเด่น(ชาย) , นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งดีเด่น(หญิง) , คู่มวยดุเดือด , หัวหน้าค่ายมวยดีเด่น , ผู้ฝึกสอนดีเด่น , ผู้ตัดสินดีเด่น , ผู้จัดการนักมวยดีเด่น , ผู้จัดรายการแข่งขันมวยดีเด่น , นายสนามมวยดีเด่น , สื่อมวลชนดีเด่น , ปูชนียบุคคลกีฬามวยดีเด่น  , ผู้ทรงคุณค่ากีฬามวยดีเด่น (สาขาการอนุรักษ์และเผยแพร่กีฬามวย) , ผู้ทรงคุณค่ากีฬามวยดีเด่น(สาขาผู้ทรงคูณปการต่อวงการกีฬามวย) , ไหว้ครูมวยไทยสวยงามดีเด่น(ชาย) ,ไหว้ครูมวยไทยสวยงามดีเด่น(หญิง) , ผู้เผยแพร่ศิลปะมวยไทยในต่างประเทศดีเด่น , ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น (บุคคล) , ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น(องค์กร) , ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น(หน่วยงาน)

    สำหรับกรอบในการพิจารณารางวัล จะนับผลงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563 โดยมอบหมายให้คณะกรรมการเป็นผู้เสนอชื่อผู้สมควรได้รับรางวัลเสนอเข้ามาประเภทละ 2 ชื่อ ภายในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ส่วนการประชุมครั้งต่อไปกำหนดไว้เป็นวันที่ 2 กันยายน 2564

ด้านกฏเกณฑ์การตัดสินรางวัล 27 ประเภท จะมีผู้ได้รับรางวัลประเภทละ 1 คน (ยกเว้นรางวัลปูชนียบุคคลกีฬามวยดีเด่น ให้มากกว่า 1 คนได้) กรณีรางวัลใดไม่มีผู้เหมาะสม จะไม่มีการมอบรางวัล เพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ เพราะช่วงปี 2563 เป็นช่วงโควิดระบาด ทำให้กิจกรรมวงการมวยต่างๆลดน้อยลงมาก ส่วนพิธีมอบรางวัลน่าจะไม่เหมือนเดิม อาจเป็นการเดินทางไปมอบรางวัลถึงสถานที่ของผู้ได้รับรางวัล ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงมาตรการป้องกันโรคระบาดของ ศบค. ประกอบด้วย

    หวิดเกิดเหตุเศร้าวงการมวยไทย หลัง “เพชรสาริต หมูปิ้งอร่อยจุงเบย” นักมวยไทยวัย 22 ปี สุดเครียดเจอพิษโควิด-19 ไร้เวทีชกทำขาดรายได้ช่วยครอบครัว หาทางออกด้วยการกินผงซักฟอกหวังลาโลก​ ญาติต้องหามส่งรพ.บุรีรัมย์หวังช่วยชีวิต ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่า เพชรสาริต​ หมูปิ้งอร่อยจุงเบย​ นักมวยไทยวัย 22 ปี  เกิดอาการเครียดหลังเจอผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่มีรายการชก ทำให้ขาดรายได้ที่ต้องเอามาจุนเจือครอบครัว และวิกฤตครั้งนี้ดูเหมือนยังไม่มีท่าทีจะยุติลง ทำให้เจ้าตัวหาทางออกด้วยการ กินผงซักฟอกหวังลาโลกเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด แต่โชคดีมีผู้มาพบทัน หามส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ได้ทันเวลา ล่าสุด แพทย์ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

จากกรณีดังกล่าว วรรณรัตน์ ศิริรัตน์   หรือ เก่ง พลังวิมุต หัวหน้าค่ายมวย  ค่ายมวย ก.แสงจันทร์ (หมูปิ้งอร่อยจุงเบย) ได้โพสต์ เฟซบุ๊ก  ว่า “เมื่อลูกน้องปลอดภัย ผมก็อุ่นใจ เตรียมตัวรับกลับจากโรงพยาบาลกับคำถามที่ว่าทำไมถึงกินผงซักฟอก ไม่ยอมกินน้ำยาล้างห้องน้ำ คำตอบคือ ไม่มีตังค์ซื้อครับ ขนาดจะตายยังไม่มีตังค์จะตายเลย อนิจจาคนมวยจริงๆเมื่อลูกน้องปลอดภัย ผมก็อุ่นใจ เตรียมตัวรับกลับจากโรงพยาบาลกับคำถามที่ว่าทำไมถึงกินผงซักฟอก” ไม่ยอมกินน้ำยาล้างห้องน้ำ คำตอบคือ ไม่มีตังค์ซื้อครับ ขนาดจะตายยังไม่มีตังค์จะตายเลย อนิจจาคนมวยจริงๆ

    โค้ชไทยร่วมติวเข้ม  “น้องแต้ว” สุดาพร สีสอนดี ความหวังสุดท้ายของทัพกำปั้น ในการขึ้นชกรุ่น รุ่นไลท์เวท 60 กก.  รอบก่อนรองชนะเลิศกับ แคโรไลน์ ดูบัวส์ จากสหราชอาณาจักร ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ เชียร์พร้อมกัน เวลา 10.50 น.

 

ความเคลื่อนไหวของทีมกำปั้นไทยชุดสู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยวันนี้ไม่มีโปรแกรมชกของนักชกไทย แต่ยังเหลืออีก1ความหวังคือ “น้องแต้ว” สุดาพร สีสอนดี นักมวยหญิง รุ่นไลท์เวท 60 กก. จะขึ้นชกในรอบก่อนรองชนะเลิศกับ แคโรไลน์ ดูบัวส์ จากสหราชอาณาจักร แชมป์ยูธโอลิมปิก 2018 ที่อาร์เจนติน่า ในวันอังคารที่ 3 สิงหาคม เวลา 10.50 น. (ตามเวลาไทย)

โดยในช่วงเช้าทีมงานสต๊าฟโค้ช นำโดย กามนิตย์ นารีรักษ์ ,ชัยชุมพล ชำนาญมาก และ เพิก พึ่งปัญญา ได้ร่วมกันติวเข้มให้กับ “น้องแต้ว” โดยมี “บิ๊กชาย” สมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีมกำปั้น ดูแลความพร้อมโดยได้ฝึกซ้อมตามปกติที่หมู่บ้านนักกีฬา สำหรับการฝึกซ้อมครั้งนี้  “โค้ชแต๊ก” ชัยชุมพล ได้จำลองรูปแบบการชกของ ดูบัวส์ นักมวยผิวสีจากสหราชอาณาจักร มาฝึกซ้อมกับ “น้องแต้ว”  ทีมงานสต๊าฟโค้ชได้ร่วอกันวางแผนแก้เกมให้เรียบร้อย

หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมรอบเช้า “โค้ชแต๊ก” ชัยชุมพล ชำนาญมาก  เผยว่า “ตอนนี้ทีมมวยเราเหลืออีก 1 ความหวังจึงต้องเน้นมากเป็นพิเศษ ทีมงานได้ศึกษารูปแบบการชกของคู่ชกจากสหราชอาณาจักร แม้ว่าเขาจะมีรูปร่าง และช่วงชกที่ยาวกว่าแต่จะให้ “น้องแต้ว” เน้นการโจมตีเข้า-ออกรวดเร็ว เน้นลำตัวให้มากๆ โดยเฉพาะหมัดซ้ายที่เราต่อยได้ดีอยู่แล้วต้องทำให้ดี ตนยังมั่นใจในประสบการณ์ของแต้วที่มีมากกว่าน่าจะช่วยได้มาก

“ยกแรกต้องเน้นให้มากขึ้นชนะให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเป็นฝ่ายคุมเกมการชกให้เป็นของเรา ตัวแต้วเองเท่าที่ดูเขาไม่ได้เครียดอะไร แม้ว่าจะเป็นความหวังคนสุดท้ายก็ตาม ตรงข้ามจะเป็นแรงกระตุ้นให้มีความมุ่งมั่นมากกว่าเดิม”

ขอขอบคุณ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้สนับสนุนด้านอาหารและการสื่อสารนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการในการแข่งขันโอลิมปิก-พาราลิมปิกเกมส์ 2020  #คนไทยหัวใจนักสู้ #ไม่มีอะไรที่เราชนะไม่ได้ เมื่อเราสู้ไปด้วยกัน

แฮ้ม..วงมวยโลกบ้านเราถือว่าตายสนิท ตีคู่วงมวยไทย

โปรแกรมมวยของชกไทยเรามีคลอดออกมาต้นเดือน ปลายเดือน แลเหมือนจะกลับมาบุมอีกครั้ง พร้อมกับความหวังของโปรโมชั่นสายพันธ์ุใหม่ ที่กล้าสั่งของนอกที่มองว่าแข็งพอมาปะหมัดมวยสร้างค่ายแคมป์ ล่าสุด นักชกจากหลังม่านเหล็กที่โชว์ผลงาน ทำมวยดัน WP Boxing อย่าง อภิเชษฐ เพชรมณี ต้องมัวหมอง จำต้องมีภาค2 เปิด นาม มูเช็ก อโดยัน ชัวโมงนี้ เดอะเอี๊ยงกล้าถึงกล้ามาก ที่เอามาวัดคุณภาพเด็กสร้างอย่างเจ้า แสงอาทิตย์ ลูกทรายกองดิน แม้จะต้องเลื่อนกำหนดการชก แต่ทีมงานรัสเชียยังฝังต้วอยู่เมืองไทย เพื่อรอวันชก แต่ที่สุด วันนี้ ฟังท่านเดอะเอี๊ยง จ้อ เป็นที่น่าเสียใจ เขากลับบ้าน รัสเชียเสียแล้ว ลองมาฟังเต็มๆจากการไลน์สดของท่านเดอะเอี๊ยง กันนะครับ..

<<>> แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ นักชกสาวไทย โชว์ฟอร์มเฉียบเอาชนะคะแนน เจเน็ต ท็อดด์ นักชกสาวชาวสหรัฐอเมริกา ในคู่เอกศึกวัน แชมเปี้ยนชิพ ONE: CALL TO GREATNESS สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกของ ONE ที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกได้สองเส้น (คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย)

    ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) องค์กรกีฬาศิลปะป้องกันตัวระดับโลกที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ระเบิดความมันส์ครั้งล่าสุดที่สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดี้ยม ประเทศสิงคโปร์ ขนกองทัพนักกีฬาระดับโลกขึ้นสังเวียนมากมาย ภายใต้ชื่อศึก ONE: CALL TO GREATNESS เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา

     คู่เอกเป็นการชิงแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง ที่ว่างอยู่ ระหว่าง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวตหญิง ขึ้นเวทีล่าเข็มขัดเส้นที่สองของตัวเอง พบกับ เจเน็ต ท็อดด์ กำปั้นสาวรุ่นพี่ชาวสหรัฐอเมริกา

     เกมการชกเป็นไปอย่างดุเดือดตลอดห้ายก แสตมป์เดินเข้าหาออกหมัดดักต่อยได้หลายครั้ง ขณะที่ท็อดด์ก็มีอาวุธตอบโต้น่ากลัว โดยเฉพาะหมัดชุดที่ค่อนข้างไว ครบห้ายก กรรมการให้คะแนนทั้งสามท่านจึงให้ แสตมป์คว้าชัยชนะไปครองอย่างเอกฉันท์

        จากชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกของ ONE ที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกได้สองเส้น นั่นคือ คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย ในพิกัดอะตอมเวต

นอกจากนี้ยังมี 2 นักชกไทยขึ้นสังเวียนอีกสองราย นั่นคือ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค และ เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี ซึ่งทั้งคู่เก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งได้ทั้งคู่แบบไม่ครบยก เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค อดีตแชมป์ ONE รุ่นสตรอว์เวต ล้างแค้นให้ตัวเองได้สำเร็จด้วยการปิดบัญชี เจเรมี “The Jaguar” มิอาโด จากฟิลิปปินส์ ได้ด้วยการชนะ TKO คู่นี้เปิดฉากมาก็เดินหน้าแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ซึ่งในยกที่สอง เดชดำรงค์ชิงจังหวะบนพื้นได้ดีกว่า จับล็อกคอมิอาโด้ที่อยู่ในท่าคุกเข่า ก่อนประเคนเข่าซ้าย-ขวาใส่บริเวณศีรษะนานร่วมนาที กรรมการเห็นว่ามิอาโด้ไม่อยู่ในสภาพป้องกันตัวหรือตอบโต้ได้จึงยุติการแข่งขันไปแบบไม่มีทางเลือก

 

 

 

ทันทีที่ “มงคลเพชร เพชรยินดีอะคาเดมี” ออกหมัดขวาสวนเข้าเบ้าหน้าส่ง “อีเลียส มาห์มูดี” ลงพื้นเสียนับอย่างขมขื่น ในศึก ONE: FULL BLAST II เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา 

    นักชกแอลจีเรียจะพยายามบุกทำคะแนนเพื่อตีตื้นในยกสุดท้ายแต่ก็ยังไล่ไม่ทัน มงคลเพชร จึงเบียดเข้าไปอยู่ในแรงกิงด้วยชัยชนะเสียงข้างมาก (ชนะ 2 เสมอ 1) และเพิ่มสถิติไร้พ่ายให้ตัวเองเป็น 4-0 ใน วัน แชมเปียนชิพหลังจบศึกมีคำถามตามมาว่า มงคลเพชร ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ติดท็อปไฟว์ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต สมควรหรือยังที่จะขึ้นท้าชิงบัลลังก์กับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” เราจะพาไปวิเคราะห์กัน..หลังดับซ่า อีเลียส มาห์มูดี ได้แล้ว อย่างน้อยๆ มงคลเพชร ก็ควรได้เสียบแทนแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต อันดับ 4 แทนที่นักกีฬาชาวแอลจีเรีย ซึ่งหมายความว่าเขามีโอกาสที่จะท้าชิงตำแหน่งแชมป์โลกได้ แต่ยังมีนักชกในแรงกิงที่จ่อคิวรออยู่ก่อนในอันดับ 1-3 นั่นคือ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9, โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี, พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ รวมถึง อีเลียส มาห์มูดี ซึ่งน่าจะหล่นไปอยู่ในอันดับ 5ถ้าดูจากแรงกิง คนที่สมควรจะได้ท้าชิงกับ รถถัง มากที่สุดเห็นจะเป็น ซุปเปอร์เล็ก ซึ่งรั้งอยู่อันดับ 1 แต่เจ้าตัวก็ติดไฟต์รีแมตช์ที่จะต้องเจอกับ “อิเลียส เอ็นนาฮาชิ” ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ส่วน โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี ซึ่งรั้งอยู่อันดับ 2 จริงๆ เขาคือคนที่ถูกวางตัวไว้ให้ชกกับ อีเลียส มาห์มูดี ในไฟต์นี้ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบกับการเดินทางเข้า-ออกประเทศ จึงทำให้เขาไม่สามารถมาชกได้ มงคลเพชร จึงได้โอกาสเสียบแทน ด้าน พันธ์พยัคฆ์ ก็ค่ายเดียวกันกับ รถถัง คงไม่ท้าชิงกันเองเป็นแน่  ดังนั้น หาก มงคลเพชร จะขยับขึ้นไปชิงตำแหน่งแชมป์โลก อย่างน้อยๆ ก็น่าจะผ่าน พันธ์พยัคฆ์ หรือ โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี คนใดคนหนึ่งให้ได้ซะก่อน (ส่วน ซุปเปอร์เล็ก นั้นเนื่องจากค่ายเกียรติหมู่ 9 เป็นเครือเพชรยินดีฯ นักมวยสองค่ายนี้จึงน่าจะไม่ได้ชกกัน)อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการวิเคราะห์เบื้องต้น ทั้งนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วย โดยเฉพาะในยามนี้ที่สถานการณ์โลกไม่ปกติ และส่งผลต่อการฟิตซ้อมของนักกีฬาทั่วโลก บางคนยิมปิดไม่ได้ซ้อม บางคนไม่ได้ขึ้นชกนานหลายเดือน ซึ่งถ้าประกบให้เจอกับนักมวยที่ชกเคลื่อนไหวบ่อยๆก็อาจจะไม่ยุติธรรมและมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่รับชกในไฟต์นั้น รวมถึงเรื่องมาตรการเข้า-ออกประเทศ ซึ่งบางประเทศยังไม่อนุญาตให้เดินทางไม่ได้ หรือต้องเสียเวลาในการกักตัวร่วมครึ่งเดือน ฯลฯ ต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการประกบคู่ทั้งนั้นสำหรับ มงคลเพชร ณ เวลานี้เขามีสถิติไร้พ่าย 4-0 และรั้งอันดับ 4 ในแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต และมีโอกาสที่จะได้ล้างแค้นให้รุ่นน้องร่วมค่ายอย่าง เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี ที่แพ้คะแนนเสียงข้างมากในไฟต์ชิงแชมป์โลกกับ รถถัง เมื่อ 31 ก.ค.63 โดย มงคลเพชร มีความมุ่งมั่นว่าเขาจะต้องเป็นแชมป์โลก ONE คนต่อไปของค่ายเพชรยินดีอะคาเดมีให้ได้

 

พระจันทร์ฉาย พีเคฯเปิดใจหลังจรดปากกาเซ็นสัญญากับวันแชมเปี้ยนชิพอย่างเป็นทางการ

พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” หลังจากรอคอยมานานในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เจ้าตัวเปิดใจแทบน้ำตาไหลเมื่อได้เซ็นสัญญาเป็นนักกีฬาในสังกัดรายการใหญ่ระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ค่ายพี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม กรุงเทพฯ

พระจันทร์ฉาย หรือชื่อจริง “นายนนทสิทธิ์ เพ็ชรน้ำทอง” ชื่อเล่น “นนท์” นาทีนี้นับว่าเป็นนักมวยตัวท็อปของรุ่นเล็ก น้ำหนักระหว่าง 54 – 56 กก. ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความครบเครื่อง เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ถึงขั้นมีคนเปรียบเปรยว่าเขาเป็นโคลนนิ่ง “แสนชัย” พี่ใหญ่ของค่าย

แม้อายุเพียง 26 ปี แต่ พระจันทร์ฉาย ผ่านศึกมามากถึง 400 ไฟต์ มีเกียรติประวัติติดตัวทั้งแชมป์สนามมวยเวทีราชดำเนิน รุ่น 105 ป. และ 112 ป. ,แชมป์สนามมวยเวทีลุมพินี รุ่น 118 ป. และ 122 ป. ,แชมป์ S-1 รุ่น 115 ป. ตลอดจนแชมป์มวยสากล WBA Asia South รุ่น 118 ป. และ 126 ป.

พระจันทร์ฉาย มีแรงจูงใจที่ทำให้อยากเข้า ONE ทั้งเรื่องค่าตอบแทนที่ดีงาม ตลอดจนได้ยินเสียงร่ำลือเรื่องการดูแลนักกีฬาเป็นอย่างดี การันตีจากเสียงพี่ๆ และเพื่อนร่วมค่ายทั้ง รถเหล็ก, ตะวันฉาย, พงษ์ศิริ, เมืองไทย, ก้องศักดิ์ ซึ่งเคยไปลุยศึกนี้กันมาแล้ว ก็ยิ่งทำให้ พระจันทร์ฉาย แทบน้ำตาไหลเมื่อถึงคิวของตัวเอง

“ผมตื่นเต้นและดีใจมากครับ ผมเชื่อว่านักมวยทุกคนอยากจะชกใน ONE ทั้งนั้น แต่เราต้องสร้างฟอร์มให้ทาง ONE เห็นและมั่นใจ ซึ่งทางค่ายก็กำชับกับผมเสมอ ชกทุกไฟต์ต้องทำให้ดีและพอผมได้รู้ว่าผมจะได้เซ็นสัญญากับ ONE ผมน้ำตาไหลฝันเป็นจริงแล้วครับ ผมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดสมกับที่ไว้วางใจจะไม่ทำให้ผิดหวังครับ”

นักกีฬาจากค่าย พี.เค.แสนชัยฯ ที่เข้ามาอยู่ในสังกัด ONE ก่อนหน้านี้ล้วนแต่ชกอยู่ในรุ่นแบนตัมเวต (61.3 – 65.8 กก.) แต่สำหรับน้องใหม่อย่าง พระจันทร์ฉาย ซึ่งเป็นมวยตัวเล็กเมื่อเทียบน้ำหนักตามการจัดของ ONE แล้วจะชกอยู่ในรุ่นสตรอว์เวต (52.3 – 56.7 กก.) ซึ่งปัจจุบันมี “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ครองเข็มขัดอยู่ทั้งสองเส้นในกติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง ดังนั้นไม่ว่า พระจันทร์ฉายจะเลือกชกกติกาไหนก็ไม่พ้นที่จะต้องประมือกับระดับเจ้าตำนานแน่นอน